ปาฏิหาริย์ไม่มีจริง!มุ้ยขอ4พากิเลนบุกยำบิ๊กแบงเละกลับบ้านเก่าอีกทีม

ศึกฟุตบอลสปอนเซอร์ไทยพรีเมียร์ลีกนัดตกค้าง  วันพุธที่ 17 ตุลาคม  ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน “เดอะบิ๊กแบง” บีบีซียู เอฟซี ที่อยู่ในสภาพหลังพิงผา พลาดไม่ได้อีก จะเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เจ้าของแชมป์ฟุตบอลไทยลีกทีมล่าสุด ที่ยังไม่เคยพ่ายให้กับทีมใด โดยในนัด หากเจ้าบ้านบีบีซียู ไม่ชนะ ทีมเยือนเมืองทอง ก็จะร่วงตกชั้นไปยังศึกยามาฮ่าลีกวัน ตามทีทีเอ็ม เชียงมใหม่ ไปอีกทีมทันที แม้จะเหลือเกมส์แข่งขันอีก 2 เกมส์ก็ตาม

นัดนี้ เจ้าบ้าน บีบีซียู ของ “โค้ชเก๋” วรชัย สุรินทร์ศิริรัฐ กุนซือรักษาการณ์ ไม่มีทางเลือก ต้องชนะเพียงเท่านั้นเพื่อต่อลมหายใจ โดยส่ง ยีน มาร์ค ผู้รักษาประตูจอมหนึบชาวแคมเมอรูน ลงเฝ้าเสา และได้  จักรพงษ์ ใหญ่โต เซนเตอร์ตัวจริง คืนทัพกลับมาคุมแนวรับ คู่กับ โคเบแนน เอ็นก็อตต้า แดนกลาง วัฒนศัพท์ เจริญศรี ยังฟอร์มดีโดยเบียด มุสซ่า ซิลล่า ไปเป็นเพียงตัวสำรองเท่านั้น ส่วนแดนหน้า จะเป็นการประสานงานของ แนวรุกไซค์มินิ ระหว่าง จูนิญโญ่ กับ พิเชษฐ อินทร์บาง

ทางด้าน ทีมเยือน เมืองทอง ของ “ย็อคก้า” สลาวิคซ่า โยคาโนวิค ถึงแม้จะคว้าแชมป์ไทยลีก สมัยที่ 3 ของตัวเองไปเมื่อนัดที่แล้วเป็นที่เรียบร้อย แต่ยัง ต้องการจะสร้างสถิติไร้พ่าย ตลอดฤดูกาล นัดนนี้ กุนซือเลือดเซิร์บ จึงจัดผู้เล่นชุดใหญ่รับมือเจ้าบ้านที่กำลังหนีตาย โดยมี “เจ้าตอง” กวิน ธรรมสัจจานันท์ ลงเฝ้าเสา แนวรับ ภานุพงษ์ วงศ์ษา เปลี่ยนคู่หูจาก รี กวาง ชอน มาจับคู่กับ ธฤติ โนนศรีชัย แดนกลางยังคงเป็น ดักโญ่ เซียก้า ประสานงานกับ พิชิตพงษ์ เฉยฉิว และแนวรุกสุดโหด 3 ประสาน มาริโอ ยูรอฟกี้,เปาโล แรนเกิ้ล  และ “เจ้ามุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา

เริ่มเกมส์ 5 นาทีแรก ทั้งสองฝ่ายยัง จดจ้องๆ กันอยู่ และยังไม่มีโอกาสลุ้นประตูกันทั้งคู่  10 นาทีแรกผ่านไป กองหน้าของทั้งสองทีม ยังไม่สามารถเก็บบอลไว้กับตัวเพื่อสร้างโอกาสในเกมส์รุกได้ ทำให้ยังไม่มีจังหวะหวาดเสียวจากทั้งคู่  นาที 12 โอกาสแรกเป็นของ “เดอะบิ๊กแบง” จากจังหวะที่ จูนิญโญ่ ยกกองข้ามแผงกองหลัง เอสซีจี เมืองทอง ให้ พิเชษฐ อินทร์บาง หลุดขึ้นไปทางขวา ก่อนตัดสินใจยิงหลุดกรอบออกไป นาที 13 แชมป์ไทยลีก ตอบโต้ทันควัน และเกือบได้ประตูขึ้นนำจากการยิงตรงกรอบครั้งแรก เมื่อ ปิยพล บรรเทา หลุดขึ้นไปทางกราบขวา ก่อนบรรจงครอสเข้าไปให้ เปาโล แรนเกิ้ล โขกเล่นทางเน้นๆ แต่คนที่เยี่ยมกว่าคือ ยีน มาร์ค นายทวารเจ้าบ้านที่โชว์ซุปเปอร์เซฟ พุ่งสุดเหยียดไปปัดบอลทิ้งออกไปได้

นาที 20 กองเชียร์เจ้าบ้านเกือบได้เฮ เมื่อ อดิศักดิ์ กานู โยนบอลจากฝั่งขวา เข้ามาหน้าปากประตู แต่ กวิน กับ ธฤติ สื่อสารกันไม่ดี ทำให้ชนกันในจังหวะตัดบอล และ พิเชษฐ อินทร์บาง เกือบฉกบอลไปยิงได้แบบหวานหมู แต่ “เจ้าตอง” ยังไว ตามมาพุ่งคว้าบอลเข้าซองแก้ตัวได้ก่อนที่ ศูนย์หน้า บิ๊กแบงจะเข้าถึงบอล  แต่แล้วนาที 27 กลายเป็น “เดอะบิ๊กแบง” เจ้าบ้านที่ทะยานออกนำ ทีมเยือนไปก่อน จากจังหวะที่ จูนิญโญ่ เปิดลูกเตะมุมจากฝั่งขวา มาตรงกรอบ 6 หลาแล้วแผงหลัง “กิเลนผยอง” เกี่ยงกันเล่น ทำให้บอลทะลักมาถึง  โคเบแนน เอ็นก็อตต้า เซนเตอร์ผิวหมึก จัดการตวัดยิง ผ่านมือ กวิน ตุงตาต่ายให้ บีบีซียู พลิกขึ้นนำ เอสซีจี เมืองทองไปก่อน 1-0

นาที 29 กองเชียร์เจ้าบ้านดีใจได้ไม่นานก็ ต้องเงียบสนิทและเป็นคิวของ เหล่า อุลตร้า เมืองทองได้เปล่งเสียงร้องเพลงกันกระหึ่นบ้าง  เมื่อ มาริโอ ยูรอฟกี้ โยนลูกเตะมุมด้วยซ้ายข้างถนัดให้ ดักโญ่ เซียก้า เทคตัวขึ้นโขก เสยคาน เข้าไปประตูไป ให้ ทีมแชมป์ไทยลีก ตามตีเสมอ บีบีซียู 1-1 ตอบโต้ได้ทันควัน หลังจากตกเป็นรองได้ไม่ถึง 5 นาที  นาที 34 “กิเลนผยอง” พิสูจน์ ตัวเองว่า คู่ควรกับตำแหน่งแชมป์ไทยลีก ทุกประการ เมื่อ ได้ประตูพลิกแซงนำ เจ้าถิ่นอย่าง รวดเร็ว จากจังหวะกระชากโซโล่เดี่ยวเข้าไปยิงเล่นทางของ “เจ้ามุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา ให้ เอสซีจี เมืองทอง แซงขึ้นนำ เจ้าบ้านบีบีซียู 1-2

จากนั้น อีกเพียง 2 นาที สถานการณ์เจ้าบ้าน เลวร้ายลงไปอีก เมื่อ ฮีโร่ คนทำประตูอย่าง โคเบแนน เอ็นก็อตต้า ไปเหนี่ยว ธีรศิลป์ แดงดา ล้มลงในกรอบเขตโทษ ชัยยะ มหาปราบ ผู้ตัดสินไม่รอช้า เป่าให้เป็นจุดโทษ ของทีมเยือน ทันที พร้อมแจกใบเหลืองเป็นของกำนัลให้เอ็นก็อตต้า และก็เป็น “เจ้ามุ้ย” ที่ลุกขึ้นมาสังหารเล่นทาง อย่างเหยือกเย็น ให้ เมืองทอง หนี บีบีซียูห่าง 1-3 เรียกว่าประตู ยามาฮ่าลีกวัน เปิดอ้ารอรับ เจ้าบ้านที่พลาดท่าเสีย 3 ประตูในระเวลาแค่ 7 นาทีเศษๆ เท่านั้น

จบครึ่งแรก บีบีซียู เอฟซี เจ้าบ้าน ตามหลัง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 1-3 ต้องหวังพึ่ง ปาฏิหาริย์ ด้วยการยิง 3เม็ดรวดแซงเอาชนะ ทีมเยือนเท่านั้น 

 

เริ่มครึ่งหลังยังมาทันถึง นาที่ดี “เจ้าขวัญ” สิทธิศักดิ์ ตาระพัน แบ๊กซ้ายความเร็วสูงเสือชมพู กระชากบอลจากเกือบๆ กลางสนามเขาไปกึงยิงกึงผ่าน จน กวิน ธรรมสัจจานันท์ ต้องออกแรงปัดออกหลังไป นาที 46 เจ้าบ้าน บีบีซียู ออกอาการยอมรับสภาพ และมาโดน ทะลวงประตูเพิ่ม จากการ หลุดเข้าไปแตะหลบ ยีน มาร์ค แล้วยิงเข้าไปอย่างเหนือชั้นของ เปาโล แรนเกิ้ล ศูนย์หน้าชาวบราซิเลียน ให้ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ฉีกหนี บีบีซียู เอฟซีไปขาดที่สกอร์ 1-4นาที 54 แนวรุกทีมเยือนโชว์ความเทพ เมื่อ “เจ้าไดร์” ปิยพล ตัดบอลได้ หน้าประตูตัวเอง ก่อนวางยาวด้วยซ้าย ไปให้ “เจ้ามุ้ย” ที่ฉีกออกมารับบอลทางขวา ก่อนจ่ายต่อให้ มาริโอ ยูรอฟกี้ ที่อยู่ซ้ายสุด ก่อนที่แข้งมาซิโดเนียจะ แตะบอลจังหวะเดียว แบบน้ำหนักชั่งมาจากบ้านให้ พิชิตพงษ์ เฉยฉิว ที่เติมขึ้นมา ยิงแบบดีดๆ ไปติดเซฟของ ยีน มาร์ค ที่ยังใช้ขาสกัดบอลออกไปได้

นาที 69 แนวรับบิ๊กแบงยิ่งเล่นยิ่งออกทะเล แล้วมาโดน ประตูฝังอีกเม็ด จากจังหวะ ลูกคลุกคลิก หน้าประตู แล้วเป็น อัตนัน บาราคัต ปีกเคราดก ที่จ่ายบอลไปให้ “เจ้ามุ้ย” ตวัดยิงจังหวะแรก โดนไม่ถนัดแต่บอลยังไม่ไปไหน กลับหมุนมาเข้าทาง ธีรศิลป์ ที่คราวนี้ไม่พลาด ซัดเสยตาข่าย เข้าประตูเป็นแฮตทริกของ ศูนย์หน้าเบอร์ 1 ของเมืองทองและส่งให้ ศูนย์หน้าหมายเลข 10 รายนี้ขยับขึ้นไปทาบ ตำแหน่งดาวซัลโวร่วมกับ คลีตัน ซิลวา ที่ 21 ประตู

จากนั้นนาที 73 “กิเลนผยอง” ที่แม้จะนำขาดแต่ยังไม่เบาเครื่อง และมาบวกประตูเพิ่มได้อีกลูกจาก จังหวะขึ้นเกมส์ ทางฝั่งขวาของ ปิยพล บรรเทา ก่อนจ่ายตัดเข้ากลางให้ ธีรศิลป์ ยิงแบบไม่ต้องจับ เสียบเสาไกล แบบสุดเฉียบ ให้ เอสซีจี เมืองทอง หนี บีบีซียู ขาด 1-6 เป็นลูกที่ 4 ของศูนย์หน้าที่เคยไปฝึกวิชาที่ แมนซิตี้ ในเกมส์นี้ และยังทำให้ กองหน้าเบอร์หนึ่งของทีมชาติไทย ผงาดขึ้นแซง คลีตัน ซิลวา หอกบราซิเลียนของ บีอีซี ขึ้นเป็นดาวซัลโวเดี่ยวๆ คนเดียวที่ 22 ประตู  

นาที 76 เหล่าอุลตร้าเมืองทอง ที่ตามมาเชียร์ทีมรักได้เฮกันเสียงแห้งอีก เมื่อ ธีรศิลป์ แดงดา ดีดบอลให้ อัตนัน บาราคัต หลุดเข้าไปทางซ้าย ก่อนยิงจังหวะแรก ติดเซฟ ยีน มาร์ค แต่บอลไม่ไปไหน กลับมาเข้าทาง อัตนัน ซ้ำจ่อๆไม่เหลือซาก บีบีซียู 1 – 7 เมืองทอง นาที 84 อัตนัน บาราคัต เบิ้ลประตูที่ 2 ของตัวเองและเป็นประตูที่ 8 ให้ต้นสังกัด จากจังหวะหลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปยิงลอดตัว ยี นมาร์ค เอสซีจีเมืองทอง บุกมายำใหญ่ บีบีซียู 1-8 

จบเกมส์ “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด โชว์ฟอร์มสมราค่าแชมป์ไทยลีก ด้วยการบุกมาไล่ยำ “เดอะบิ๊กแบง” บีบีซียู เอฟซี เละเทะ 1-8 ส่งให้เจ้าบ้าน บีบีซียู ร่วงตกชั้นกลับไปต่อสู้ในศึก ยามาฮ่า ลีกวัน ตาม ทีทีเอ็ม เชียงใหม่ อย่างเป็นทางการ ไปอีก 1 ทีมแม้จะเหลือเกมส์อีก 2 นัดก็ตาม ส่วน ทีมเยือนเมืองทอง ยังอยู่ในเส้นทางลุ้นทำสถิติไร้พ่ายในศึกไทยลีกเป็นของแถมจากตำแหน่งแชมป์ต่อไป  

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

บีบีซียู เอฟซี : ยีน มาร์ค(GK),จักรพงษ์ ใหญ่โต(C),โคเบแนน เอ็นก็อตต้า,วุฒิศักดิ์ มูลมณี,วัฒนศัพท์ เจริญศรี,สาลาฮูดิน อาแว(พชร ภูมิชาติ น.60),อดิศักดิ์ กานู(มงคล วรพรม น.80),สิทธิศักดิ์ ตาระพัน,กิตติศักดิ์ ปิ่นทอง(คิม ยัง กวาง น.51),จูนิญโญ่,พิเชษฐ อินทร์บาง

เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด :กวิน ธรรมสัจจานันท์(Gk),อาทิตย์ ดาวสว่าง,ภานุพงษ์ วงศ์ษา,ธฤติ โนนศรีชัย,ปิยพล บรรเทา(ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ น.75),วีรวุฒิ กาเหย็ม(อัตนัน บาราคัต น.68),ดักโญ่ เซียก้า(C),พิชิตพงษ์ เฉยฉิว,มาริโอ ยูรอฟกี้(กษิดิ์เดช เวทยาวงศ์ น.59),เปาโล แรนเกิ้ล,ธีรศิลป์ แดงดา

แสดงความคิดเห็น
*
*